13 ตุลาคม 2554

เมื่อเจอกับวิกฤต "น้ำท่วม" จากภัยธรรมชาติ

คุณอาจจะมีการงานที่ดี มีกิจการที่มั่นคง และไม่ต้องการอะไรเพิ่มอีกแล้วในชีวิต
แต่วันนี้คุณสำรองความมั่นคงให้กับตัวเองและครอบครัวแล้วหรือยัง

เมื่อเจอกับวิกฤต "น้ำท่วม" จากภัยธรรมชาติ ทั้งที่เราเตรียมพร้อม ปิดกั้นทุกอย่าง แต่มันก็ไม่เพียงพอใช่ไหม!!!  "น้ำท่วม" พัดพาเอาทุกอย่างไปจากคุณหรือเปล่า อาจจะไม่ทั้งหมด แต่ก็เสียหายมากอยู่

โรงงานมากมายเสียหาย กิจการมากมายเสียหาย คุณอาจจะต้องหยุดงาน ตกงาน
รายได้ที่เคยมีอยู่กลับไม่มั่นคงเหมือนเดิม แต่รายจ่ายก็ยังต้องมี

ลองหันกลับไปมอง ถ้าวันนั้นบังเอิญน้ำที่ท่วมมิดบ้าน มิดกิจการของเราละ????
จะเป็นยังไง เรามีอะไรสำรองรายได้ ค่าใช้จ่าย แล้วหรือยัง....
ถ้ายัง.. เอาเวลาว่างสักวันละ 1-2 ชั่วโมงมาหารายได้เสริมที่มั่นคงให้ได้ทุกเดือน
ไม่ว่าจะน้ำท่วม หรือเกิดวิกฤตต่างๆ ในชีวิต ก็ยังคงจ่ายเงินในทุกเดือนดีมั้ย

คิดดูวันนี้ถ้าคุณยังไม่เกิดวิกฤต แต่เห็นมันเป็นวิสัยทัศน์ ชีวิตจะได้มีอะไรรอรับไว้ก่อน

สนใจติดต่อเรา
รุ่งทิพย์ 088-884-8049

2 กันยายน 2554

ทำไมถึงมาทำเอมสตาร์ "จากคนที่ อี้..เกลียด..ไม่เอา..ไม่ชอบ..” ธุรกิจเครือข่ายมาก

ถ้าคุณเป็นอีกคนที่ “อี้..เกลียด..ไม่เอา..ไม่ชอบ..” ธุรกิจเครือข่ายมาก ดิฉันเข้าใจเพราะก็เคยเป็นมาก่อน เกลียดเอามากๆด้วย

        สวัสดีคะ ชื่อเก๋คะ เก๋เป็นลูกสาวคนเดียวคนกลางจากพี่น้อง 5 คน ซึ่งเป็นผู้ชายหมด เก๋เป็นคนหนึ่งที่เคยถูกผู้ใหญ่ พ่อ แม่ ปลูกฝังมาตลอดว่าตั้งใจเรียนหนังสือนะ ถ้าตั้งใจเรียนเข้ามหาวิทยาลัยดีๆ จบมาจะได้งานดีๆ เงินเดือนเยอะๆ ซึ่งที่บ้านก็ไม่ได้รวยเพราะลูกเยอะ ไม่ได้เรียนโรงเรียนเอกชน ที่บ้านค้าขาย เลยทำให้เรารู้สึกว่าโตขึ้นมาเราอยากมีเงินมากๆ

             แล้วจะทำยังไงดีล่ะ ถึงจะทำงานที่มีรายได้เยอะๆ ใช้คะต้องตั้งใจเรียนอย่างที่ผู้ใหญ่บอกนั้นคือวิธีเดียวที่เราทำได้ และมีความฝันอยากเป็นหมอมากเลยคะ อยากเป็นหมอคลอดลูก อยากเห็นชีวิตที่เกิดใหม่เป็นคนแรก




BMW อยากมีรถหรูๆ
อยากมีบ้านหลังโตๆ สัก 10 ล้านบาท
อยากขับรถ


 




อยากมีอิสระภาพทางการเงิน
อยากมีอิสระภาพทางเวลา







             แต่เราก็ต้องลดความฝันลงเพราะเนื่องจากบ้านเราไม่ได้รวยแล้วเราก็กลัวว่า เรียนหมอก็ต้องใช้เงินเยอะ เกรงใจพ่อแม่ที่ออกค่าเล่าเรียน ทั้งที่เรียนสายวิทย์มาตอนมัธยมปลาย สุดท้ายตอนเอนฯ ก็คิดว่าแล้วคณะไหนละที่จะได้เงินเยอะรองลงมา ก็เลยเลือกเรียนวิทยาการคอมพิวเตอร์ จบมาน่าจะได้เงินเยอะ จริงไหมคะ สมัยนั้นคอมพิวเตอร์ยังไม่มีคนเรียนเยอะ

             พอจบมาก็ได้ทำงานประจำอยู่หลายบริษัท ทำงานคอมพิวเตอร์เขียนโปรแกรม และสุดท้ายได้มาอยู่บริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่ ที่หลายๆคนอยากจะเข้ามาทำงานในตำแหน่ง Web Programmer&Graphic Designer ซึ่งมันเป็นโอกาสที่ดีมากเลยที่ได้เข้ามาทำงานบริษัทใหญ่ ซึ่งงานที่ทำอยู่ก็สนุกมากๆ เก๋ได้พบปะผู้คนมากมาย ทั้งคนไทยและคนต่างชาติ ไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตจะมีโอกาสดีๆ ขนาดนี้ทำให้เรารู้เรื่องต่างๆ จากที่เราไม่เคยรู้เรื่องมาก่อน แป๊ปๆ ก็ทำมาสัก 8 ปี

             ตอนทำแรกๆ ก็สนุกพอทำไปได้ 8 ปีก็เริ่มคิดว่าเราจะทำอย่างนี้ไปถึงเมื่อไหร่  แต่เราก็ไม่รู้ว่าจะไปทำงานที่ไหนได้อีก เพราะงานที่บริษัทนี้สนุกและฟรีสไตล์มากๆ แต่พอเราทำงานไปนานๆ หน้าที่การงานของเราก็เพิ่มมากขึ้น จากที่เป็น Web Programmer & Graphic Designer เราก็ต้องเป็น Webmaster รวมไปถึงฝ่ายขายและการตลาดและจัดการ ทำหลายอย่างไหมคะ แต่เงินเดือนก็ไม่ได้เท่าเงินเดือนหรือหน้าที่รับผิดชอบ เราต้องทำยอดขายของแผนกให้เพิ่มขึ้น แต่ปีนึงขึ้นเงินเดือนประมาณ 1000-2000 บาท พอทำมา 8 ปี ทำไมเรายังอยู่ที่เดิมไม่ไปไหนเลยว่ะเค้าว่ากันว่า เราจะเป็นยังไงในอนาคตการทำงานให้ดูคนที่ทำมาก่อนเรา 5 ปี เรายังจะทำงานที่นี่ต่อไปจนถึงอายุเท่าไหร่


              คิดแต่ว่าเราต้องหาอะไรเพิ่มให้กับชีวิต จึงเอาเงินที่มี + กับกู้เงินไปเปิดร้านอาหารที่หน้ามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง แต่ก็ขาดทุนเพราะพิษเศรษฐกิจ จึงเปลี่ยนไปเปิดร้านเกมส์ อินเตอร์เนตลงทุนเป็นล้าน เปิดไป 2 ปีแต่สุดท้ายโดนมหาวิทยาลัยเวรคืนที่ ยังไม่ได้ทุนคืนเลย ขาดทุนอีก ทำธุรกิจส่วนตัวก็ขาดทุนแถมมีหนี้สินอีก ก็ต้องพึ่งงานประจำที่ทำอยู่ แต่ก็เงินไม่พอใช้ค่าใช้จ่าย และเบื่องานด้วย แต่สุดท้ายคำตอบคือ “เราไม่มีที่ไป เราตัดความสนุกไปได้หรอ” แต่ประกอบกับบริษัทมีข่าวเรื่องการปลดพนักงานมาตลอดทุกปี แรกๆก็กลัวว่าจะเป็นเรา แต่มาเมื่อปีที่แล้วก็คิดว่าขอให้เป็นเรา แต่เนื่องจากเราทำงานจนประสบการณ์มันมีหลายด้านมาก เลยทำงานได้ทุกอย่างและทำงานหลายอย่างมาก เค้าเลยไม่เอาเราออกไง!!! เซ็ง!!! ก็ยังคิดอยู่ว่าจะทำอะไรเพิ่มอยู่ดี

             จนคุณพ่อได้เข้ามาในธุรกิจเครือข่าย ซึ่งเราเป็นอีกคนที่ “อี้..เกลียด..ไม่เอา..ไม่ชอบ..” ธุรกิจเครือข่ายมาก เพราะไม่ชอบขายของ เพราะการขายเท่ากับ “ขอ+อาย” เราเลยแอนตี้มากๆ พอพ่อมาทำก็ไม่ได้สนใจและพ่อก็เคยทำมาแล้วหลายอย่าง และไม่เคยประสบความสำเร็จ เราเลยคิดว่าไม่เข้ามายุ่งดีกว่า

              แล้ววันหนึ่งคุณพ่อก็ได้มาเจอบริษัท Aim Star Network ซึ่งเราก็คิดว่าคงเหมือนเดิม ไม่ใส่ใจ พ่อเอาซีดีมาเปิดให้ฟังก็ไม่ได้สนใจ แอบรำคาญด้วยซ้ำ คิดว่าหนวกหูมากๆ เค้าบอกเราว่า "ไม่ต้องขายของ เราไม่ได้เป็นเครือข่ายผู้ขาย แต่เราเป็นเครือข่ายผู้บริโภค" แค่เปลี่ยนที่ซื้อที่ใช้สินค้าจาหที่เราซื้อที่ ห้างสรรพสินค้าแล้วได้เงินคืน 60%

              จนพี่ชายคนรองกับน้องชายคนเล็กก็เดินเข้ามาทำในธุรกิจนี้กับพ่อ เราก็ยังไม่สนใจเหมือนเดิม พ่อตั้งใจทำจริงๆจังๆ ผ่านไป 6 เดือนกว่าๆ แม่ก็บอกอย่างตื่นเต้นว่า “เก๋ป๋าได้เดือนละแสนจากบริษัท Aim Star Network แล้วนะ” เท่านั้นเองแหละความคิดแรกก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งเพราะ “ไม่คิดว่างานเครือข่ายจะได้เงินจริงๆ คือคิดว่างานเครือข่ายมันเป็นงานแหกตาคนโง่” แล้วเราก็ไม่คิดว่าพ่อเราจะทำได้เพราะพ่อเราก็อายุ 72 ปีแล้ว

              แล้วพอพ่อมาได้เงินเดือนละแสนเพียงแค่ 6 เดือนเท่านั้น เราก็เริ่มคิดทำไมถึงทำได้ พ่ออายุ 72 นะยังทำได้ เราอายุแค่ 33 ทำไมเราจะทำไม่ได้ ก็เลยเข้าไปศึกษาดูว่าได้เงินยังไง เค้ามีระบบสอนงานถ้าเราทำตามระบบรับรองการรันตีได้เงินแน่นอน ใครๆ ก็สามารถทำธุรกิจนี้สำเร็จและมีรายได้ หยุดทำก็ยังมีรายได้ เป็นมรดก ท่องเที่ยวฟรี สุขภาพดี พัฒนาศักยภาพของเรา อิสรภาพทางการเงินเวลาและความคิด สุดท้ายอะไรก็รั้นไม่อยู่แล้ว  “เงินน่ะ..ไม่สามารถซื้อเราได้นะ  (ถ้ามันไม่มากพอ)” จิงม่ะ

              พอมาเรียนรู้การทำงานก็รับรู้ว่าที่ Aim Star Network มีระบบดีๆ ที่ทำให้คนธรรมดาที่ไม่เคยทำเครือข่ายมาก่อนประสบความสำเร็จได้ ในเวลาอันรวดเร็ว 50,000 – 100,000 บาท ใน 6 เดือน และ 500,000 – 1,000,000 บาท ใน 1-3 ปี พ่อเราอายุ 72 ปี ทำได้ เราก็ต้องทำได้ และคุณก็ต้องทำได้ ถ้าเรามีระบบที่ช่วยเราแล้ว

ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจขนาดใหญ่ ขยายธุรกิจไปถึงอเมริกา ญี่ปุ่น กัมพูชา สิ้นปี 54 จะเปิดที่อินเดีย ปี 55 จะเปิดที่จีน และรัสเซีย ธุรกิจนี้ขนาดคนที่จบป.4 เป็นสาวโรงงานยังสามารถมีรายได้เดือนละ 800,000 บาท เลยคุณละคิดว่าคุณมีสามารถกว่าไหม???

"ในเมื่อทำงานอะไรก็เหนื่อย ตกเย็นเราก็ต้องกินข้าว กลางคืนก็ต้องนอกหลับเวลาในปีนี้ก็ต้องผ่านไป ในเมื่อปีหน้าก็มาถึง พ่อแม่เราก็มีอายุเหลือน้อยลงอีก 1 ปี ตัวเราก็อายุมากขึ้นอีก 1 ปี ...แล้ววันนี้เราทำอะไรอยู่ เราทำงานหนักเพื่อใคร เพื่อตัวเราเองหรือเพือบริษัทอยู่”

"ปล่อยโอกาสที่ผ่านมาให้หายไปเฉยๆนั้นน่าเสียดาย แต่ทำลายโอกาสที่มีอยู่นั้นน่าเสียดายยิ่งกว่า ส่วนการไม่พยายามสร้างโอกาสขึ้นมาเลยนั้น นับว่าน่าเสียดายที่สุด”

วันนี้คุณมีโอกาสแล้วอย่าปล่อยโอกาสนี้ผ่านไปเหมือนอากาศ เพราะโอกาสนี้อาจจะเปลี่ยนชีวิตของคุณ จะเป็นโอกาสหรืออากาศ คุณก็ขาดมันไม่ได้ มาร่วมงานเป็นทีมเดียวกันนะคะ

ถ้าหากเรากำลังมองหาธุรกิจดีๆสักตัวเพื่อสร้างชีวิต
                  ลองถามใจตัวเองก่อนว่า...งานที่เราทำอยู่...เราชอบมันจริงๆหรือไม่...? งานที่เราทำอยู่....จะสามารถสร้างรายได้ให้เรา 1 แสนบาท/เดือน ภายใน 1 ปี ได้หรือไม่...? งานที่เราทำอยู่...จะสามารถให้บ้านในฝันเราได้มัย...? รถหรูหราสักคันได้หรือไม่...? งานที่เราทำอยู่....เราจะสามารถแบ่งเวลาไปดูแลคนที่เรารักได้เต็มที่หรือไม่...?
                  ถ้าคำตอบคือ "ไม่"  มันก็ไม่ได้หมายความว่าเราไม่มีความสามารถพอที่จะได้รับสิ่งเหล่านั้น  เพียงแต่งานที่ทำอยู่นั้นไม่สามารถตอบสนองความต้องการของเราได้เท่านั้นเอง...

พวกเราเบื่อชีวิตแบบนี้ไหม...?       
              พวกเราส่วนใหญ่ยอมที่จะลดขนาดความฝันลงตามขนาดของรายได้  โดยให้เหตุผลดีๆกับตัวเองว่า...งานที่ทำอยู่ถึงจะเงินน้อย ไม่ก้าวหน้า แต่ก็ชอบทำแล้วมีความสุข  ความจริงที่ก็รู้อยู่ในใจคือ....งานทุกงานสามารถสร้างชีวิตเราได้ก็จริง แต่คุณภาพชีวิตของเราก็ขึ้นอยู่กับงานที่ทำด้วย!  งานประจำ...ทำเพื่อพิสูจน์ความสามารถ แต่งานประจำไม่เคยทำให้ใครรวย  ใช้เงินเดือนชนเดือน สิ่งอำนวยความสะดวกในชีวิตต้องแลกมาด้วยการเป็นหนี้...งานประจำ...หัวหน้างานเป็นคนกำหนดชีวิตเรา เราเอาแรงงาน เวลา สติปัญญา ไปตีค่าเป็นเงิน ยิ่งได้เงินมากเท่าไหร่ เราก็ต้องแลกด้วยแรงงาน เวลา สติปัญญามากขึ้นเท่านั้น


ลองทำดูแล้วคุณจะได้ สุขภาพที่ดี รายได้มั่นคง สังคมน่าอยู่ ชีวิตอิสระ ครอบครัวอบอุ่น ท่องเที่ยวรอบโลก ได้รับการยอมรับ ส่งต่อความสำเร็จให้คนอื่น

คิดเปลี่ยนชีวิตก็เปลี่ยน....หมดเวลาแล้วกับชีวิตเดิมๆ
               ลองทำดูแค่ 6 เดือนก็วัดผลได้แล้วว่าได้หรือไม่ได้  ถ้าทำไม่ได้เราค่อยกลับได้ใช้ชีวิตเดิมๆ เป็นมนุษย์เงินเดือนเหมือนเดิม นั่งรถเมล์เหมือนเดิม กินข้าวแกงเหมือนเดิมก็ได้  ชีวิตแบบเก่าๆมันไม่หนีเราไปไหนหรอก


              แต่ถ้ามันได้ล่ะชีวิตเปลี่ยนมัย...?นับจากนี้ไป 6 เดือนมีเงินโอนเข้า บัญชีธนาคาร เดือนละ 50,000 - 100,000 บาท/เดือน แล้วเพิ่มขึ้นเรื่อยๆคิดว่าทุกอย่างในชีวิตเปลี่ยนคะ

8 เมษายน 2554

E-Leader Evolution Team ผู้นำระบบออนไลน์

เปิดตัว E-Leader Evolution Team ผู้นำระบบออนไลน์ เร็วๆนี้

       E-Leader Evolution Team คือผู้นำทางธุรกิจเครือข่ายระบบออนไลน์ ที่ทำการตลาดให้กับบริษัท เอมสตาร์ เน็ตเวิร์ค จำกัด ซึ่งมีสมาชิกหลากหลายอาชีพ หลากหลายวัย ตามหาความฝัน และอิสรภาพ เราจึงต้องมองหาธุรกิจเครือข่ายที่ยอดเยี่ยมและลงมือทำแบบมุ่งมั่น และ เอมสตาร์ เน็ตเวิร์คก็คือคำตอบสุดท้าย เป็นที่สุดท้าย ไม่สำเร็จไม่เลิก เพราะการเปลี่ยนเครือข่ายบ่อยๆคุณจะไม่ได้สิ่งที่คุณฝัน ไม่ได้อิสรภาพ และคงไม่มีทีมงานคนไหนจะย้ายตามคุณไปตลอดหรอกคะ

ทำไมต้อง E-Leader Evolution Team
       E-Leader Evolution Team มีแนวคิดในการทำธุรกิจเครือข่ายที่ว่า "ธุรกิจเครือข่ายเป็นธุรกิจแบบสายสัมพันธ์ ทำด้วยระบบออฟไลน์เครือข่ายจะแข็งแรงมั่นคงที่สุด ทำด้วยระบบออนไลน์ปริมาณผู้มุ่งหวังจะไม่มีวันหมด ดังนั้นถ้าทำทั้ง 2 อย่างควบคู่กันไปจะมีประสิทธิภาพมากที่สุด" 

Why Network? ทำไมต้องธุรกิจเครือข่าย

ถ้าสิ่งที่คุณกำลังตามหา หลากหลายเรื่องราวต่อจากนี้ จะเติมเต็มชีวิตคุณ เติมเต็มความฝันของคุณและครอบครัวที่รักของคุณ


       

       ทำไม ชีวิตคนถึงแตกต่างกัน...? พวกเราเคยสังเกตมัย...? เมื่อเราเรียนจบมาจากคณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยเดียวกัน อาจารย์ก็คนเดียวกัน เกรดก็พอๆกัน ทำไมครับผ่านปี 5 - 10 ปี ชีวิตเรากับเพื่อนๆ ทำไมถึงแตกต่างกันนัก บางที่เราอาจจะดีกว่า หรือเพื่อนเราอาจจะดีกว่า ดิฉันว่าสิ่งที่มันทำให้เราแตกต่างมันคือวิธีคิดเท่านั้นเองคะ

       วิธีคิดของคนรวย คือการมองหาวิธีสร้างเครือข่าย ส่วนวิธีคิดของคนทั่วไป คือการมองหางานทำ สิ่งนี้เป็นตัวกำหนดเลยว่าวันนี้ชีวิตเราจะแตกต่างกันยังไง งานเป็นเครื่องมือในการสร้างชีวิตคะ แต่คุณภาพชีวิตก็ขึ้นอยู่กับงานที่ทำด้วย ขยันผิดที่ 10 ปีก็ไม่รวย ขยันถูกที่ปีเดียวก็รวย 

วันนี้คุณภาพชีวิตของเราเป็นยังไง...?
       ถ้าเรามีความฝันและต้องการมีรถราคา 1 ล้านบาท เราต้องการมีบ้านหลังละ 5 ล้าน รวมเป็น 6 ล้านบาท เราจะต้องเก็บเงินสักเท่าไหร่...? กี่ปี...? เราถึงจะสามารถเก็บมันได้ 6 ล้าน ถ้าวันนี้เราตั้งใจจะเก็บเงินไว้เดือนละ 5,000 บาทเราเก็บได้หรือไม่...? ส่วนใหญ่เก็บไม่ได้หรอกคะจริงมัย...? มีเท่าไหร่เราก็ใช้ได้หมดนั่นแหละ 





ถ้าเก็บเงินได้เดือนละ 5,000 บาท 
- 1 ปีเก็บได้ 60,000 บาท 
- 10 ปี เก็บได้ 600,000 บาท 
- 100 ปี เก็บได้ 6,000,000 บาท


        เพื่อนๆว่าเราจะอยู่ได้ถึง 100 ปีมัยคะ ถ้าเราอยู่ได้ถึง 100 ปี ความฝันเราก็เป็นจริงได้ แต่ถ้าวันนี้เราอยู่ไม่ถึงล่ะคะ เมื่อความฝันมันใหญ่กว่ารายได้ เรามีทางเลือก 2 ทาง

วิธี ที่ 1 ลดความฝันให้เท่ากับขนาดของรายได้ บ้านเช่าอยู่เอาก็ได้ รถไม่ต้องมีก็ได้ นั่งรถเมล์ รถไฟฟ้าก็ได้ แต่ว่ามันลำบากคะ เพื่อความสะดวกสบายของเราและคนที่เรารักก็มีผลจริงมัยคะ

วิธี ที่ 2 เพิ่มรายได้ของเราให้เท่ากับขนาดของความฝัน ดิฉันเชื่อว่าเพื่อนๆ ทุกคนเลือกวิธีที่ 2 ใช่มัยคะ ดิฉันก็เลือกวิธีที่ 2 ดังนั้นถ้าเราจะเพิ่มรายได้ให้เท่ากับขนาดของความฝัน แล้วงานที่เราเลือกทำล่ะคะ...เราเลือกทำงานแบบไหน...? เรามาดูกันคะว่าในโลกนี้มีงานอยู่กี่แบบ





เพื่อนๆ เคยอ่านหนังสือ เงิน 4 ด้านมัยคะ...? เขียนโดยคุณโรเบิร์ต คิโยซากิ หนังสือเล่มนี้เขียนถึงที่มาของรายได้เป็นประเภทของงาน 4 ประเภทคือ
ประเภทที่ 1 คือ Employee เป็นลูกจ้าง 
ประเภทที่ 2 คือ Self-employed เป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัว
ประเภทที่ 3 คือ Business Owner เป็นเจ้าของกิจการขนาดใหญ่มีระบบทำงานแทน 
ประเภทที่ 4 คือ Investor เป็นนักลงทุนใช้เงินทำงานแทน 

       สิ่งที่พบก็คือ คุณโรเบิร์ต คิโยซากิ บอกว่าคนบนโลกนี้มากกว่า 95% อยู่ฝั่งซ้าย ไม่เป็นลูกจ้างก็เป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัว แต่ครอบครองทรัพย์สินบนโลกเพียง 5% เราเรียกคนกลุ่มนี้ว่า Active Income ต้องทำงานเพื่อแลกเงินคะ หนังสือเล่มนี้ยังกล่าวต่อว่าคนบนโลกเพียง 5% เท่านั้นที่ทำงานฝั่งขวา แต่ครอบครองทรัพย์สินทั้งโลกถึง 95% เรียกคนกลุ่มนี้ว่า Passive Income หยุดงานแล้วยังคงมีรายได้คือกลุ่มคนรวยคะ

กลุ่มลูกจ้าง เจ้าของธุรกิจส่วนตัว ต้องทำงานด้วยตัวเอง ใช้ตัวเองเป็นสาเหตุของรายได้
แต่เจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่ใช้ระบบทำงานแทน นักลงทุนใช้เงินทำงานแทน ไม่ใช้ตัวเองเป็นสาเหตุของรายได้ จริงมัยคะ...?

ถ้าเราเลือกได้ เราจะอยุ่ฝั่งไหนระหว่างฝั่งซ้าย(ทำงานแลกเงิน)
หรือฝั่งขวา(ใช้ระบบหรือใช้ เงินทำงานแทน)...? ฝั่งขวาใช่มัยคะ...?

คนส่วนใหญ่ก็อยากจะเลือกฝั่งนี้คะ แต่ดิฉันถามคำเดียว "เรามีเงินเท่าไหร่" ที่จะใช้มันทำงานแทนเรา เรามีเงินน้อยเกินไปใช้มันทำงานแทนเราไม่ได้ ถ้าเราอยากจะเป็นเจ้าของกิจการล่ะ...ใช้ระบบทำงานแทนล่ะ...มันก็ต้องมีเงิน ลงทุนมหาศาลเลยใช่มัย...?

แต่ข่าวดีคะ หนังสือเงิน 4 ด้านหน้า 87 เขียนบอกถึงวิธีการเป็นเจ้าของกิจการ ที่ใช้ระบบทำงานแทนโดยที่ไม่ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาลได้ แค่ใช้เงินหลักร้อยหลักพันบาทเท่านั้น คุณโรเบิร์ต คิโยซากิ เขียนวิธีการเป็น Business Owner ไว้ทั้งหมด 3 วิธีด้วยกัน 
1. ลงทุนแบบลองผิดลองถูก โดนหุ้นส่วนโกง โดนลูกน้องโกง ลองเจ๊งดู ประมาณ 3.3 ครั้งจึงจะสำเร็จ ตามค่าเฉลี่ยของคนรวยต้องเคยเจ๊ง 
2. แต่ถ้ากลัวเจ๊งต้อง ซื้อแฟรนไชน์ เพราะเค้าลองผิดลองถูกมาจนรู้วิธีแล้ว 
3. แต่ถ้าไม่มีเงินซื้อแฟรนไชน์ ให้มาทำธุรกิจเครือข่าย ซึ่งจะสามารถทำให้เราเป็น Business Owner ที่หยุดแล้วยังคงมีรายได้โดยการลงทุนน้อยๆ 



ในปัจจุบันเพื่อนๆใช้สูตรชีวิตแบบไหน?
       สูตรชีวิตของคนทั่วไปใช้เวลาเรียน 20 ปี จบมาก็ทำงานอีก 40 ปี เกษียณอายุใช้ชีวิตที่เหลือ 5 ปี แล้วก็ตรอมใจตาย อันนี้เป็นสถิติของประชาชนชาวอเมริกัน เมื่อเกษียณอายุแล้ว 36% จะตายเพราะตรอมใจ ไม่มีอะไรทำ เครียด 
       แต่สูตรขีวิตของนักธุรกิจเครือข่าย ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม เราจะใช้เวลาทำงาน 3-5 ปี แล้วเราสามารถใช้ชีวิตแบบที่เราต้องการได้ตลอดชีวิต

       

ธุรกิจเครือข่ายมากมาย ทำไมต้องเลือก เอมสตาร์

ธุรกิจเครือข่ายมากมาย ทำไมต้องเลือก เอมสตาร์...?
เอมสตาร์ไม่ต้องขายของ ตื้อ ง้อคน
เอมสตาร์เป็นบริษัทเครือข่ายที่มีคนประสบความสำเร็จและมีรายได้จริงมากที่สุดในไทย
เอมสตาร์เป็นบริษัทไทยที่สามารถขยายสาขาไป อเมริกา และญี่ปุ่นได้
เอมสตาร์ทำงานเป็นเหมือนพี่น้อง จับมือประสบความสำเร็จไปด้วยกัน

 
หนังสือเพาเวอร์ เน็ตเวิร์ค


       หนังสือพิมพ์ เพาเวอร์ เน็ตเวิร์ค ฉบับวันที่ 1 กันยา 53 ตีหน้า 1 ว่า "เอมสตาร์ ฉีกทิ้งตำราขายตรงยุคเก่า สู่การถักทอเครือข่ายผู้บริโภค ที่เติบโตเร็วที่สุดในประเทศไทย" อะไรคือตำราขายตรงยุคเก่าคะ...? คือการขายของทำยอด กินเปอร์เซ็นต์ที่สูงขึ้น ไปตื้อคน ไปยัดเหยียดคนไงคะ ใครขายเก่ง ตื้อเก่งชนะ

       แต่ลักษณะของ เอมสตาร์ เป็นการถักทอเครือข่ายที่เติบโตเร็วที่สุดในประเทศไทย แค่เปลี่ยนที่ซื้อสินค้า ใช้ดีบอกต่อ ธุรกิจดีบอกเพื่อน เมื่อเพื่อนเปลี่ยนที่ซื้อ มาซื้อที่ เอมสตาร์ เราก็จะมีรายได้ตามแผนธุรกิจ


เอมสตาร์จะให้อะไรคุณ ?
1. รายได้ไร้ขีดจำกัด
2. รายได้มั่นคงเพราะเราไม่ใช่สาเหตุของรายได้ หยุดแล้วยังมีรายได้
3. เป็นมรดกให้ครอบครัว เราสร้างทรัพย์สินเป็นเครือข่ายผู้บริโภค
4. ท่องเที่ยวต่างประเทศฟรี
5. สุขภาพดี ไม่ต้องเอาสุขภาพไปแลกกับรายได้
6. มีเพื่อนและสังคมที่ดี เป็นกิจกรรมที่ทำกับเพื่อนแล้วมีรายได้ทุกคน
7. การพัฒนาศักยภาพตัวเอง
8. อิสรภาพทางการเงิน เวลาและความคิด


แนวคิดในการก่อตั้ง เอมสตาร์
       คุณหมอลพา วัชรศรีโรจน์ ประธานผู้ก่อตั้ง และ นายแพทย์พนินทร์ ชนเลอเกียรติ กรรมการผู้จัดการ ทั้ง 2 ท่านมีแนวคิดในการก่อตั้ง "อยากให้คนไทยมีธุรกิจเป็นของตัวเอง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีจากสินค้าของตัวเอง" ด้วยปรัชญา ชีวิตพอเพียงคือทำธุรกิจด้วยเงินสด ไม่ทำอะไรเกินตัวและปลูกฝังมาสู่นักธุรกิจ


ความมั่นคงของ เอมสตาร์
- มีอัตราการเจริญเติบโตของยอดธุรกิจสูงที่สุดในประเทศไทย

อัตราการเติบโต 5 ปีแรกของ เอมสตาร์

- มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท ปากซอยสุขุมวิท59 ติดรถไฟฟ้าเอกมัย บนที่ดิน 1.5 ไร่ ราคาประเมิน 600 ล้านบาท รวมมูลค่าก่อสร้างเกือบ 1,000 บาทล้านบาท และมีโรงงานผลิตอาหารเสริมที่อมตะนคร มูลค่า 500 ล้านบาท



- เอมสตาร์ เป็นบริษัทของคนไทยบริษัทแรกที่สามารถขยายสาขาไปยังต่างประเทศ

ขยายธุรกิจในหลายประเทศ
     
       โดยที่เมืองไทยเป็นสำนักงานใหญ่ เรามีสาขาที่ ญี่ปุ่น กัมพูชา อเมริกา และกำลังจะเปิดเพิ่มในปี 54 ที่ อินเดีย และในปี 2555 เอมสตาร์จะเปิดที่ รัสเซีย จีน ตามลำดับ นั่นคือสิ่งที่คนไทยจะสามารถขยายเครือข่ายไปในต่างประเทศ เราจะเป็นอัพไลน์ของต่างชาติอย่างแท้จริงที่เอมสตาร์  นอกจากนั้น เอมสตาร์ ก็ยังมีสาขากระจายอยู่ทั่วประเทศไทยกว่า 40 สาขา มีพนักงานกว่า 1 พันคนคอยบริการนักธุรกิจ
- มีความมั่นคงสูงสุด เพราะ เอมสตาร์ ทำธุรกิจทุกอย่างที่กล่าวมาด้วยเงินสด ตอกย้ำความมั่นคงที่ปราศจากหนี้สิน


ผลิตภัณฑ์ดูแลชีวิต (Products for Life)
- มีสินค้าหลากหลายทั้งอุปโภคบริโภคมากกว่า 100 รายการ
- ใช้เทคโนโลยีระดับโลก ในการผลิตสินค้าคุณภาพ ซื้อซ้ำได้จริง
- รับประกันคุณภาพและความพอใจ


แผนรายได้ Star Matching
- เป็นแผนที่ทำง่าย เหมาะกับค่าครองชีพคนไทย ไม่ต้องขายของเหมือนเครือข่ายยุคเก่า
- จ่ายผลตอบแทนง่าย ยุติธรรม สมาชิกใหม่ได้รายได้เร็ว มั่นคง


ผู้ประสบความสำเร็จในธุรกิจเอมสตาร์มีหรือเปล่า...? แค่ไหน...?  
- ปัจจุบันรายได้เกิน 1 แสนบาท/เดือน กว่า 1,000 รหัส
  ปัจจุบันรายได้เกิน 5 แสนบาท/เดือน กว่า 50 รหัส
  ปัจจุบันรายได้เกิน 1 ล้านบาท/เดือน กว่า 10 รหัส

ท่องเที่ยวฟรี
       จะเห็นได้ว่าจำนวนผู้ประสบความสำเร็จใน เอมสตาร์ มากที่สุดในประเทศไทยคะ ขนาด เอมสตาร์ มียอดธุรกิจในปี 2553 จำนวน 4,901 ล้านบาทแต่เอมสตาร์สามารถสร้างคนที่มีรายได้หลักแสน ได้เป็นจำนวนมาก แล้วในปี 2554 เอมสตาร์ตั้งเป้าจะมียอดธุรกิจ 15,000 ล้านบาท เพื่อนๆคิดดูว่า จำนวนผู้ประสบความสำเร็จจะเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า ไม่ว่าเพื่อนๆจะทำหรือไม่ทำเอมสตาร์ในวันนี้...เอมสตาร์ก็เติบโตขึ้นทุกวัน อยู่ดี...โอกาสที่เพื่อนๆจะเป็นหนึ่งในผู้ประสบความสำเร็จในธุรกิจเอมสตาร์ โอกาสที่จะเป็น 1 ใน 3,000 คนที่จะมีรายได้หลักแสนต่อเดือนในปี 2554 และได้ท่องโลกกว้างฟรีไปกับเอมสตาร์ โอกาสดีอย่างนี้...อย่าปล่อยไปคะ ^^v ...

15 กุมภาพันธ์ 2554

ความจริงของเงินกับเวลา

ความจริงของเงินกับเวลา

          * คนบางคน...มีเงิน...แต่ไม่มีเวลา  = คนมีฐานะ
         
*
คนบางคน...มีเวลา...แต่ไม่มีเงิน = คนตกงาน
         
* คนบางคน...ไม่มี...ทั้งเงินและเวลา = คนทำงานประจำ

"ถ้าวันนี้มีโอกาสให้คุณ มีทั้งเงินและเวลา"

ถ้าวันนี้ต้องทำอะไรเพิ่ม คุณจะเลือกเอาอะไร

พนักงานกินเงินเดือน ขึ้นชื่อว่าเงินเดือนก็อยู่ได้แค่เดือนเดียว 
งานมั่นคง บริษัทมั่นคงน่ะใช่ แต่ตำแหน่งของคุณมั่นคงหรือเปล่า
อยู่กับที่อย่างมั่งคง หรือเก้าอี้คุณถูกลด หรือถูกปลดไปแล้ว


เงินเดือนมันดูแลชีวิตได้ แต่ถ้าเราอยากได้บ้าน ได้รถ เราจะทำยังไง
กู้ธนาคาร ใช้บัตรเครดิต หรือกดเงินสด สินเชื่อเงินสด
ทุกอย่างมันเป็นการทำให้เกิดหนี้สิน และยังอีกดอกเบี้ยอีก


ทุกวันนี้ทำงานประจำมากี่ปีแล้ว?
เงินเดือนขึ้นจากการทำงานประจำปีละกี่บาท?
2000 - 3000 หรือเปล่า!!!


หากวันนี้คุณจัดเวลาหลังเริ่มงานวันละ 1-2 ชั่วโมง มาหารายได้พิเศษ
ทำธุรกิจเสริม เป็นหุ้นส่วนกับบริษัท ไม่จำเป็นต้องขายของ

ถ้าวันนี้เรามีระบบที่จะการันตีให้คนที่ไม่มีประสบการณ์
มีรายได้ 50,000 - 100,000 บาทต่อเดือน ใน 6 เดือน
มีรายได้ 500,000 - 1,000,000 บาททต่อเดือน ภายใน 1-3 ปี
คุณคิดว่าจะดีกว่าไหม ถ้าคุณคิดที่จะเปลี่ยนชีวิตของคุณ
หยุดทำและมีรายได้ ท่องเที่ยวฟรี เป็นมรดก มีอิสระทางเวลาและการเงิน

ใครอ่านแล้วเซ็งเหมือนกันบ้าง..